Close

คอร์สออนไลน์สร้างเว็ปสำหรับธุรกิจ ทำไมต้องทำเว็ปด้วยล่ะ ?

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่มีธุรกิจอยุ่แล้ว หรือคิดกำลังอยากจะทำธุรกิจ แน่นอนว่า หนึ่งในสิ่งที่คุณต้องมีก็คือ website ที่ใช้สำหรับการส่งเสริมภาพลักษณะ และ การตลาดของคุณเอง คุณอาจจะคิดว่า ทำไมล่ะ มันใช้ Facebook ไม่ได้เหรอ ? คำตอบ คือ มันต้องมีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Facebook หร่ือ Website เพราะอะไรน่ะเหรอ ? คุณรู้เหรอเปล่าล่ะว่า ตอนนี้คนที่คลองอำนาจใน internet จะมีทั้งหมดแค่สามขั้วเท่านั้น คือ คนที่กำเรื่อง e-commerce ถ้าหากว่าเป็นฝั่งสหรัฐก็คือ Amazon หรือ ถ้าหากว่าเอาใกล้ตัวใหม่ก็คือ พวก Shoppee หรือพวก Lazada และทั้งหมดนี้ก็คือกลุ่มแรก ที่ว่าเรียกว่า e-commerce platform แล้ว กลุ่มที่สองก็คือ Facebook ที่คุณใช้อยู่ทุกวี่วันมีคนในระบบของเฟชบุ้คมากกว่า 2 พันล้านคน (มันเยอะขนาดที่เรียกว่า คุณคิดภาพไม่ออกเลยจริงๆว่ามันเยอะมาแค่ไหนเนี่ยะกับ คนมากกว่าสองพันล้านคนในนั้น) และ กลุ่มสุดท้ายกลุ่มคนที่มีอำนาจที่สุดแห่งหนึ่งคือ Google ! และ Google นี่แหละ ที่เป็นคนกำหนดว่า คนที่ทำธุรกิจต้องมี website เป็นพื้นฐาน

Google มีศัตรูทางการค้าหลักคือ Facebook ในโลกอินเตอร์เน็ต

Google เป็นคนที่ดูแลเว็ปทั้งหมดของโลกใบนี้ เค้าทำหน้าที่ เอาเนื้อหาของหน้าเว็ปไซท์หนึ่งๆ เพื่อไปแสดงให้กับคนที่ต้องการเห็น หรือ ต้องการข้อมูลในเวลาหนึ่งๆ และ ทั้งหมด จะกระทำผ่านเนื้อหาใน website อย่างลืมน่ะครับว่า Facebook แท้ที่จริงเป็นเพียงเว็ปไซท์เพียงเว็ปเดียวเท่านั้นในสายตาของ Google ดังนั้นแล้ว หากว่าคุณทำธุรกิจจำเพาะอยู่ การแสดงการค้นหาใน Google ที่หน้าแรกจะมีที่เหลือให้กับคุณอีกมากว่า 9 ตำแหน่งสำหรับหน้าแรก เพราะ หนึ่งในนั้นคือ Facebook แล้วที่เหลือคือที่สำหรับ Website ต่างหาก

รู้หรือเปล่าว่า คุณสามารถยึดผลการค้นหาอีกที่เหลือทั้งหมด เก้า ตำแหน่งได้ทั้งหมด ถ้าหากว่าคุณต้องการ (แต่ไม่ม่ีคนทำหรอกเพราะ ส่วนมากทำกันแค่ 2 หรือ 3 ตำแหน่งก็เพียงพอแล้วกับธุรกรรมมากมายที่จะเกิดขึ้นได้) และเก้าตำแหน่งฟรีหน้าแรกที่เหลือทั้งหมดนั้น จะต้องเป็นหน้าเว็ปไซท์เท่านั้น โอกาสน้อยมากที่ Google จะให้น้ำหนักกับ Facebook มากกว่าอย่างอื่น ไม่มีทางเลยที่จะมีผลของการค้นหาด้วยคำใดคำหนึ่งแล้วแสดงหน้าผลลัพธ์ของการค้นหาออกมาเป็นหน้าจอง Facebook เต็มหน้า ! ใช่แล้ว เพราะ Google ไม่ใช่ Facebook และ องค์กรยักษ์ทั้งสองแห่งนี้ เป็นคู่แข่งทางตรงทางการค้าโฆษณาในโลกออนไลน์ที่เราดำรงชีวิตทางธุรกิจกันอยู่

แค่นี้ยังไม่พอเหรอที่คุณจะต้องมีหน้าเว็ปไซต์เป็นของตัวเองสำหรับการทำธุรกิจ ? มันยังมีเหตุผลอีกประเด็นหนึ่งว่า ทำไมคุณถึงอยากจะมีเว็ปไซท์เป็นของตัวเองก็คือ “การโฆษณาใน Google” เรื่องมันมีอยู่ว่า … ถ้าหากว่าคุณลองค้นหาสินค้าตัวหนึ่งดู คุณจะเห็นได้ว่า มันจะมี ผลลัพธ์ของการค้นหา ประเภทที่ระบุว่า “โฆษณา” ให้คุณได้เห็นเกือบทุกคำค้นหาที่เป็นสินค้าหรือบริการกันเลยก็ว่าได้ ! นี่คือแหล่งรายได้หลักของ Google และ เค้าจะไม่ให้ประโยชน์กับ Facebook ที่เป็นคู่อริทางการค้าอย่างแน่นอน ถ้าหากว่า คุณเอาเว็ป Facebook ไปแสดงในกาค้นหาด้วย “คำค้นหาใน Google” แบบนี้ แน่นอนว่า คุณจะโดนชาร์ทราคาที่แพงมาก จนไม่คุ้มค่าต่อการทำโฆษณาได้อยู่ดี และ ถ้าหากว่าขายสินค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือ การมีเว็ปมันก็จะดีกว่าในเรื่องภาพลักษณ์อีกต่างหาก คุณว่าจริงมั้ยล่ะ ?

การไม่มีเว็ปไซต์นั้นก็เหมือนกับการไม่มีตัวตนในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียวในมุมมองของ Google การเปิด website นั้นก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายสักเท่าไหร่ เพราะ อาศัยความเข้าใจที่คุณต้องรู้จักกับการเว็ปจริงๆกันเสียที เช่น hosting หรือ การสมัคร domain name (ชื่อเว็ป) การเชื่อมโยงระหว่างชื่อเว็ปและเนื้อหาที่เราฝากเอาไว้ใน Hosting แล้วอุปกรณ์ทีเราจะต้องใช้สำหรับการสร้างเว็ปก็เป็นอีกประเด็นที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการทำเว็ปและแก้ไขมัน เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ

แต่คุณโชคดีมากแล้วที่ตอนนี้ WordPress ที่เป็นอุปกรณ์ในการสร้างเว็ปและปรับแต่งเนื้อหาเว็ปมันทำงานได้ดีมากแล้วในปัจจุบัน !

แต่ก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า สักวันหนึ่งการสร้างเว็ปไซท์จะต้องทำได้ง่ายและฟรี เพื่อให้คนทั้งโลกได้ใช้มัน หรือ ถ้าหากว่า มันไม่ฟรี มันก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายน้อยมากๆ เท่าที่ระบบจะรองรับ ตอนนี้ คุณรู้หรือเปล่าว่า การที่คุณจะมีเว็ปแรกสักเว็ปที่เป็นของคุณจริงๆ มันใช้เงินต่อปีแค่สองอย่างเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ คือ ค่าเช่าโฮสสำหรับเอาเนื้อหาไปฝากเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ เราเรียกมันว่า เซอร์เวอร์ที่ มันจะต้องเปิดตลอดเวลา และ เครื่องไม่ร้อน และ ต้องมีคนดูแลมันตลอดเวลาไม่ให้เครื่องดับ บริการพวกนี้ ค่าพวกที่ “ให้เช่า Hosting” ซึ่งปีละแค่ไม่ถึง 1,000 บาทก็เอาอยู่แล้วสำหรับเว็ปแรก และ เว็ปต่อไปก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายนี้แล้ว เพราะ การเช่าโฮสเพื่อทำเว็ปนั้น สามารถใช้ทำเว็ปได้เป็นสามสิบสี่สิบเว็ปกันเลยทีเดียว กับค่าเช่ารายปีประมาณพันบาทนั่นน่ะแหละ ! (เฮ้ยมันถูกอะไรขนาดนั้นเลย!) และ อีกค่าใช้จ่ายหนึ่งก็คือ ค่าเช่าสิทธิ์ชื่อเว็ปของเราเอง ปีละ 320 บาท.- เท่านั้นเอง ! และ นี่คือ ค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายเป็นเงินออกไปเป็นหน่วยเงินบาทแล้วต่อปี นอกนั้น ฟรี ! อันได้แก่ โปรแกรมสำหรับการจัดการเนื้อหาที่ เราเรียกว่า WordPress มันสามารถโหลดติดตั้งเอาใช้ได้ฟรี สำหรับเว็ปธุรกิจมาตราฐานทั่วไป

บอกเอาไว้ก่อนนะ ว่าแต่ก่อนเมื่อปี 2008 สิบกว่าปีก่อนนั้นผมได้ศึกษาการใช้งาน WordPress ตั้งแต่ มันเป็นเวอร์ชั่น 2 กว่าหรือ 3 เท่านั้นซึ่งกว่าจะปรับแต่งอะไรต่อมิอะไร ติดตั้งหรือแก้ไขอะไรมันก็ทำได้ไม่สะดวกมากนัก ไม่เหมือนกับ ตอนนี้ที่เป็น WordPress Version 5.0 + แล้ว และมีอะไรหลายอย่างมากๆที่มันก้าวกระโดดแบบไม่น่าเชื่อ เราสามารถมีกล่องเพื่อปรับเว็ปให้ได้ดังใจในทุกหน้าตาที่ เราจินตนาการกันเลยก็ว่าได้ เดี๋ยวนี้ มันทำได้ง่ายมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เรื่องของการสร้างเว็ปได้ เป็นเรื่องของคน “ปกติ” ที่ทำธุรกิจเช่นคุณ ไม่ได้ต้องเป็นคนบ้าคอมหรือเทคโนโลยีเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว ! นี่คือ โอกาสใหม่สำหรับคนที่ไม่เคยคิดจะทำเว็ปและไม่คิดว่าจะทำได้เลยก็ว่าได้ ! (มันดีงามขนาดนั้นเลยแหละ..)​

พลังแห่งของฟรีเมื่อมีเว็ปไซท์เป็นของตัวเองแล้ว …. ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ !

นอกจากระบบจัดการเนื้อหา Content management system ที่เราเรียกกับว่า WordPress จะฟรีแล้ว มันยังมีของใช้สารพัดมากมายที่ได้ฟรีมาจาก Google อีกด้วย ! ใช่แล้วล่ะ ! Google อยากให้คุณสร้างเว็ปเพื่อที่จะสามารถขึ้นอับดับใน Google ได้ฟรีพร้อมเครื่องมือช่วยเหลืออีกมากมายก่ายกองทั้งที่คุณเคยได้ยิน และ ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น Google Analytics เอาไว้ติดตั้งเพื่อดูพฤติกรรมคนเข้าเว็ปและแหล่งที่มาที่ไปของคนเข้าเว็ปเอาไว้วิเคราะห์เนื้อหาของเว็ป Google webmaster Tools อุปกรณ์ที่บอกว่า เว็ปเราพบปัญหาอะไรมั้ย เพื่อให้เข้ากับ Google ได้เป็นอย่างดี หรือที่เจ๋งกว่านั้นคือ Google Tag manager ที่เอาไว้เพิ่มโค้ดจากผู้ให้บริการอื่นๆเข้าไปในเว็ปเพื่อเพิ่มพลังให้กับ website ของคุณได้แบบไม่จำกัดกันเลยทีเดียว

มันมีบริการต่างๆอีกมากมายจากผู้ให้บริการอื่นๆจากภายนอก เพื่อเพิ่มกำลังความสามารถของ website และ WordPress ของคุณได้อีกมากมาย เรียกได้ว่า มีคนช่วยกันระดมทำของฟรี (มีในโลก) ให้คุณใช้เพื่อประกอบเว็ปให้เป็นแบบที่คุณต้องการได้เท่าที่คุณคิดหรือจินตนาการได้เลยล่ะ

ทำไมคุณควรเลือกที่จะเรียนรู้ WordPress และสร้างเว็ปด้วย WordPress กันล่ะ ?

คำตอบแรก คือ มันฟรี และ คำตอบที่สองคือ มันมีคนที่จะพัฒนาอุปกรณ์มาช่วยเหลือคุณออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ลองคิดแบบนี้ดีกว่า WordPress มันฟรี มันก็เลยมีคนใช้เยอะมาก เยอะขนาดไหนน่ะเหรอ ? ก็แค่เกือบสามสิบเปอร์เซนต์ของเว็ปในโลกนี้ใช้ WordPress เป็นตัวจัดการเนื้อหาและใช้สำหรับสร้างเว็ปยังไงล่ะ แบบนี้เรียกได้ว่ามากหรือเปล่าล่ะ ด้วยเหตุผลที่ว่าเว็ปมันใช้ WordPress กันมากมายขนาดนี้ ก็จะมีคนพัฒนาเครื่องมือให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อให้ใช้ฟรี และ เพื่อการขายให้กับเว็ปหรือคนที่ใช้เว็ป WordPress เป็นนำไปใช้กันต่อไป ทำให้สังคม WordPress มันแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆทุกๆวินาทีที่เดินไปยังไงอย่างงั้น

ทักษะการสร้างเว็ปได้อย่างไม่จำกัดจำนวน เป็นทักษะการตลาดพื้นฐานไปแล้วในโลกปัจจุบัน

ด้วยต้นทุนการโฆษณาและการตลาดที่ต่ำกว่าจนถึงฟรี หากคุณสามารถติดหน้าแรกๆได้ เราเรียกว่า การโฆษณาฟรีก็ว่าได้ เพราะ คุณไม่ได้เสียเงินเพิ่มสักบาทเดียว แต่เนื้อหาของคุณถูกนำไปแสดงกับคนที่ต้องการสินค้าหรือบริการของคุณยังไงล่ะ (อย่างงี้ไม่เรียกฟรีแล้วจะเรียกอะไรกันล่ะ) และ การแข่งขันใน Facebook มันมากเกินไปแล้ว เพราะ ใครๆก็เปิดหน้าเฟสบุ้คได้ และ ได้มากเท่าที่มีแรงจะเปิดหรือบริหารมันเลยก็ว่าได้ ทำให้หน้า Page ต่างๆที่เปิดมา ถูกมองว่าเป็นขยะในสายตาของ Google และหน้า Page ที่ถูกสร้างมาใหม่นั้น Facebook ก็มองมันเป็นแหล่งทำเงินของ Facebook กันเลยก็ว่าได้ การโพสอะไรก็แล้วแต่แทบไม่มีความสามารถในการแสดงผลไปยังคนติดตามหรือคนที่กด Like ได้อีกแล้ว หมดแล้วยุคทองของ Facebook ซึ่งคุณเข้ามาช้าเกินไปแล้ว หากคุณคิดจะพึ่งพา Facebook เพื่อให้ได้ลูกค้าใหม่ฟรีๆ ซึ่งไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นหรอกที่ตกขบวน ยังมีคนอีกมากมายรวมถึงตัวกระผมเองด้วยก็ตกรถไฟขบวนนั้นไปเช่นเดียวกัน ! แต่ สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้แคร์มันเลย ! เพราะ ผมเองเน้นขึ้นอับดับและการทำตลาดผ่าน Google เป็นหลักอยู่แล้ว ทำให้การตกรถไฟขบวน Facebook ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเสียใจสักเท่าไหร่นัก และ ยิ่งเป็นยืนยันว่า ผมเกาะกับ Google น่ะถูกแล้วต่างหาก

ตลอดระยะเวลาที่ผมทำตลาดผ่านหน้าเว็ปมากกว่า 10 ปีด้วยเว็ปไซท์จำนวนมากทั้งที่สร้างเงินได้เดือนละไม่กี่พันบาท จนกระทั่งเว็ปไซท์ที่สร้างรายได้มากกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน ทั้งหมดผมใช้วิธีการเดียวกันทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่แตกต่างกันเลย ถ้าหากว่าคุณเค้นผมให้บอกว่า มันต้องมีอะไรต่างกันบ้างสิ ผมอาจจะบอกคุณได้ว่า มันแตกต่างกันแค่ เว็ปไหนผมได้ลูกค้าฟรี และ เว็ปไหนผมได้ลูกค้าแบบเสียเงิน เช่น แต่ก่อนผมเปิดรับสมัครคนขับ Uber โดยเมื่อคนขับสมัครผ่านผมแล้วผมจะได้หัวคิวค่าดำเนินการแนะนำสมัครหัวละ 2,000 บาท (3,800 บาทต่อคนในสามเดือนแรกที่ uber เข้ามาเปิดตัว) เงินทั้งหมดยอดกว่า 7 หลักได้จากค่าแนะนำในปีเดียว ! และคนสมัครนั้นมาเจอผมด้วย Google แบบฟรีๆ ที่ผมไม่เสียเงินสักบาทเดียว ซึ่งถ้าหากว่าอยากจะจ่ายก็จ่ายได้ แต่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องจ่ายนี่หน่า … หรือ ที่คุณอ่านมาเมมื่อคครู่ที่ผมบอกว่า มันมีบางเว็ปทำรายได้เดือนละ 4-5 แสนบาท อันนั้นมีการโฆษณาเว็ปไซต์ด้วยงบต่อเดือนประมาณ 5 หมื่นบาทเพื่อให้ได้ลูกค้ามาใช้บริการ นี่ยังไม่รวมสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆที่ทำตลาดแบบเดียวกันหมด ! ผ่านการใช้เว็ปในการหาลูกค้าใหม่มาซื้อสินค้าหรือบริการนั่นเอง !

นี่เป็นคอร์สที่คุณได้ลองเรียนรู้จากผมโดยตรง และ ผมไม่คิดว่าจะเปิดให้คนรู้สิ่งนี้เพิ่มไปเรื่อยๆหรอก !

ใช่แล้วล่ะ ! นี่ก็เป็นเว็ปหนึ่งที่ผมสร้างมาเพื่อหารายได้ โดยการแลกความลับในการสร้างรายได้ที่ผมใช้มาตลอด 10 ปีกับการได้เงินค่าคอร์สที่จะมีแต่ปรับราคามากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวันๆ เพื่อที่ผมจะไม่ให้คนรู้สิ่งที่ผมใช้และวิธีการที่ผมทำมากไปกว่านี้ ถ้าหากว่าคุณยังเห็นว่า ค่าคอร์สยังถูกอยู่ในสายตาของคุณตอนนี้ถือได้ว่าโชคดีมาก เพราะ มันจะโดนปรับให้แพงขึ้นเรื่อยๆเมื่อม่ีคนสมัครมากขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมผมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ ถ้าหากว่ามันขายได้ก็ยึดราคานี้เอาไว้สิคนอื่นก็จะได้มีโอกาสเข้าถึงวิธีการแบบที่คุณกำลังจะได้เรียนรู้เหมือนๆกันน่าจะดี …. คิดซิคิด … ถ้าหากว่าคุณเสียเงินเข้ามาแล้ว และ มีคนทำแบบคุณเพิ่มขึ้นไปอีก แล้วดันมาทำในธุรกิจของคุณอีกต่างหาก มันก็จะเป็นแบ่งตลาดกันไปยังไงล่ะ และนั่นทำให้ผมกลัวที่จะมีคนรู้สิ่งที่ผมทำคอร์สนี้เอาไว้มากเกินจำเป็น ทำให้สุดท้ายแล้ว ราคาจะต้องปรับขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อมีคนสมัครเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และ รู้เร่ื่องอะไรแบบนี้มากขึ้น

ถ้าอย่างงั้นทำไมต้องมาแชร์ความรู้กันด้วยล่ะ !?

ในอีกมุมหนึ่งผมเองก็รู้สึกเสียดายมาก ที่ไม่ได้สอนคนที่อยากจะรู้ ผมมีโอกาสได้พบคนที่งาน Startup ต่างๆและเห็นผู้ประกอบการหลายคนยังคิดว่า จะต้องทำเว็ปที่ดีด้วยการจ้างด้วยเงินก้อนสุดท้ายที่เขามี ซึ่งผมก็แอบคิดในใจด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเขาเหล่านั้นหรอก เพราะ ผมไม่มีเวลาเท่าไหร่ในการสื่อสารเรื่องพวกนี้ (อย่างคุณยังใช้เวลาอ่านนานเลยกว่าจะอ่านถึงตรงนี้ได้) ผมก็เลยทำบันทึกเป็นคอร์สเอาไว้ เพื่อแชร์ให้กับคนที่ผมเห็นว่า เขามีโอกาสรอด และ เขาไม่ควรที่จะต้องเสียเงินก้อนสุดท้ายกับเรื่องที่ ผมและคุณเอง ก็กำลังจะทำมันได้ฟรีๆ แต่เสียเวลาเรียนรู้เป็นทักษะที่ติดตัวไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

ทุกครั้งที่ผมพบผู้ประกอบการ ที่มีความหวัง มีแววตาทุกโชนกับความหวังอะไรสักอย่าง ผมจะรู้สึกเสียใจมากที่เขาจะต้องรอ และ พลาดโอกาสในการทำตลาดให้กับธุรกิจของเขาด้วยกระบวนการที่ง่ายๆและเห็นผล ผมจะรู้สึกเศร้าใจเมื่อผู้ประกอบการเหล่านั้นเดินจากผมไปและผมเองไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้ทั้งๆที่ ถ้าหากว่าเรามีเวลาให้กันมากกว่านี้อีกสักหน่อย ก็เพียงเท่านั่น … ใช่แล้วล่ะ แต่ละคนก็ไม่มีเวลาทั้งเขา และตัวผม ดังนั้นแล้วการช่วยเหลือที่ว่าก็ไม่เกิดเป็นผลลัพธ์สุดท้าย ที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจอยู่เรื่อยๆในทุกวันนี้

เอาเป็นว่าหากคุณอ่านถึงตรงนี้ แล้วอยากรู้รายละเอียดของคอร์ส กดที่ปุ่มด้านล่างเพื่อไปต่อจะมีรายละเอียดของคอร์สมากขึ้นต่อไป